การป้องกันต่อมาคือระบบ Hosting Server ที่เป็น Windows
ผมได้ทำพัฒนาเพิ่มเติมระบบ Oscommerce ตัวนี้ใหม่ขึ้นมาให้ ดาวน์โหลดแล้วที่นี่ครับ เพื่อเอาไปติดตั้งสำหรับ Server ที่เป็น Windows
สำหรับระบบ Oscommerce ที่มี Server เป็น Windows โดยเฉพาะเลย การติดตั้งโปรแกรม Oscommerce ก็ เหมือนบทความเมื่อวานที่ผมเขียนหมดทุกประการ การใช้งานระบบก็เหมือนเดิม เพียงแต่เพิ่มระบบ จัดการกับผู้ดูแลระบบร้านค้าขึ้นมาครับ เทมเพลตหน้า frontend ตัวนี้ผมก็เปลี่ยนใหม่นะครับ ดังรูปข้างล่าง

ส่วนระบบ admin ผมได้เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ใหม่เป็น Control Shop การเรียกใช้งานคือ http://www.yourwebsite.com/catalog/controlshop ครับ โดยที่หน้าระบบ login ของตัวนี้จะเป็นดังรูปตัวอย่างข้างล่างครับ

การ Login เข้าใช้งานครั้งแรก ผมได้ตั้ง User+pass เอาไว้แล้วคือ ในช่องอีเมล์ กรอก demo@cmssociety.com รหัสผ่านคือ 12345 ครับ เมื่อเข้าระบบไปแล้วสามารถไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นของคุณได้เองเลยครับ
เมื่อเข้าระบบมา จะเป็นหน้าหลักในการจัดการระบบร้านค้าของคุณ หน้านี้ตัวระบบของ Unix จะเป็นหน้าตาดั้งเดิมของระบบ Oscommerce มันนะครับ ส่วน ระบบ windows ผมได้ออกแบบ design ใหม่ทั้งหมด ดังรูปข้างล่างนี้

เอาเป็นว่าผมจะอธิบายระบบดูแลร้านค้า oscommerce แบบ Server windows นี้ ในเรื่องสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาก็คือระบบ login ให้ละเอียดเลยดีกว่าครับ จะได้เข้าใจกัน เริ่มกันเลยนะครับ
การเข้าระบบให้เข้าที่ http://www.yourwebsite.com/catalog/controlshop/ ครับ เมื่อเข้ามาได้จะปรากฏดังรูปตัวอย่างด้านล่าง

และเมื่อคุณกรอกชื่อและรหัสผ่านผิด ก็จะเป็นดังนี้

ถ้าเข้าระบบมาได้แล้วจะปรากฏหน้าตา ดังรูปข้างล่าง
สังเกตุ จะเห็น Menu เพิ่มมาใหม่คือ
My Accout เกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของเรา
- My Account(ข้อมูลส่วนตัว) แก้ไขรายละเอียดส่วนตัวของเราเช่น ชื่อ รหัสผ่าน
- Logoff(ออกจากระบบ) ออกจากระบบการใช้งาน
Aministrator(เครื่องมือผู้ดูแลระบบ)
- Members(สมาชิก) เกี่ยวกับการจัดการเพิ่มชื่อสมาชิกและจัดการเกี่ยวกับกลุ่มของสมาชิก
- Files Access(การเข้าถึงไฟล์) เป็นการจัดการกำหนดสิทธิเกี่ยวกับการเข้าถึงไฟล์ โดยการกำหนดสถานะ On และ Off



ขั้นต่อมาคือการแก้ไขข้อมูลส่วนตัวให้คลิ๊กที่ My Account

ก็จะเข้าสู่หน้าหลัก My Account(ข้อมูลส่วนตัว) ถ้าต้องการแก้ไขข้อมูลคลิ๊ก EDIT(แก้ไข)

ระบบมันต้องการจะตรวจสอบว่าเป็น เจ้าของตัวจริง จะทำการตรวจสอบรหัสผ่านก่อน เมื่อกรอกเสร็จแล้วก็กด CONFIRM(ยืนยัน) เพื่อยืนยัน

หลังจากนั้นเราก็แก้ไขข้อมูล แล้วกด SAVE(บันทึก) เพื่อทำการบันทึก






Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.