ที่นี้เรามาดูตัวอย่างเทมเพลตของ Mambo กันบ้าง ซัก 1 ตัวอย่าง โดยผมได้ทำโครงสร้างเป็นรูปมาให้ดูกันก่อน แล้วจะอธิบายประกอบเพื่อสร้างความเข้าใจทีหลัง ดังรูปตัวอย่างด้านล่างนี้

อธิบายที่ละส่วนให้ฟังกันคร่าวๆ
ตรง Header (ส่วนหัวของเว็บไซต์) ที่ผมเขียนว่า SiteName เป็นส่วนที่โชว์ชื่อว่าเว็บไซต์คุณชื่ออะไร คุณจำได้มั้ยว่าขั้นตอนการ Install ติดตั้ง Mambo มันจะมีขึ้นตอนหนึ่ง ให้คุณกรอก Site Name ลงไป นั่นแหละครับมันจะเอาคำตรงนั้นมาแสดงผล สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความนั้นได้ในระบบ admin เรามาดูโค้ด PHP ในส่วนที่แสดงผลนี้กันดีกว่า
<?php echo $mosConfig_sitename; ?>
ซึ่งในความเป็นจริง ถ้าเราเอามาใช้งานกับเทมเพลตของที่เราทำ ตรงนี้ถ้าเราไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใส่โชว์ครับ
ส่วนต่อมาอยู่ที่ Header เหมือนกัน คือ บล๊อก Search เป็นบล๊อกที่เราออกแบบไว้สำหรับใส่ฟอร์มในการค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์ของเรา มาดูโค้ดกันเลย
<form action=’<?php echo sefRelToAbs(”index.php”); ?>’ method=’post’>
<input class=”searchbox” type=”text” name=”searchword” height=”16″ size=”15″ value=”<?php echo _SEARCH_BOX; ?>” onblur=”if(this.value==”) this.value=’<?php echo _SEARCH_BOX; ?>’;” onfocus=”if(this.value==’<?php echo _SEARCH_BOX; ?>’) this.value=”;” />
<input type=”hidden” name=”option” value=”search” />
</form>
ถ้าไม่จำเป็นต้องมีในเว็บไซต์ก็ไม่ต้องใส่ครับ
Pathway เป็น text link แสดงผลในการเข้าถึงใน Category ต่างๆของเว็บไซต์ เข้ามาเป็นลำดับ สมมุติ เช่น เราจะเข้าไปอ่านบทความการสร้างเทมเพลต แต่ตอนนี้เราอยู่หน้าแรก เมื่อเราเจอลิงค์ที่จะเข้าไปยังบทความนั้นแล้ว เราก็คลิ๊กเข้าไปอ่าน มันจะปรากฏ ที่ Pathwayดังนี้ หน้าแรก>บทความ>การสร้างเว็บไซต์>การทำเว็บเทมเพลต (ตัวอย่าง) จะแสดงผลในรูปแบบของ text link เราสามารถคลิ๊ก กลับออกมาเป็นขั้นตอนได้ โดยไม่ต้องไปเริ่มต้นที่หน้าแรกใหม่ โค้ดของมันให้เอาไปวางไว้ในส่วนที่เราจะแสดงผล Pathway ครับ ตามโค้ดต่อไปนี้
<?php include “pathway.php”; ?>
Menu Left และ Menu Right ทำหน้าที่เหมือนกัน เอาไว้สำหรับแสดงผล เมนูหลัก หรือเมนูต่างๆของเว็บไซต์ อีกทั้งยังสามารถกำหนดให้ Mudule ต่างๆมาแสดงผลได้ สำหรับการกำหนดให้แสดงผลที่เมนู ซ้ายและขวานั้น สามารถเข้าไปกำหนดได้ในระบบ admin ที่เมนู Modules>manage Modules ครับ
มาขยายความ คำว่า “Module” หรืออ่านว่า โมดูล กันอีกซักนิดครับ โมดูลเป็นโปรแกรมเล็กๆที่สามารถกำหนดให้แสดงผลข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบได้ เช่น ตัวนับจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์,จำนวนคนออนไลน์,บทความที่ได้รับความนิยม ฯลฯ โดยมันจะทำหน้าทีแสดงผลข้อมูลจากระบบหรือดึงข้อมูลจาก Component ต่างๆมาโชว์ เพื่อสร้างและดึงดูดความน่าสนใจให้กับเว็บไซต์ของเรา การติดตั้ง-เอาออก ก็ทำได้ง่ายครับ(การติดตั้งโมดูลเดี๋ยวค่อยว่ากันในบทความต่อๆไป) ส่วนคำว่า Component นั้น ขออนุญาติไปขยายความให้ในหัวข้อ Main body นะครับ อ่า…เกือบลืมกล่าวถึงเรื่องโค้ดเลย ม่ะ มาดูกัน
เมนูด้านซ้าย <?php mosLoadModules ( ‘left’ ); ?>
เมนูด้านขวา <?php mosLoadModules ( ‘right’ ); ?>
เอาโค้ด PHP ไปวางในโค้ด HTML ให้ถูกต้องตามตำแหน่งนะครับ
Main Body เป็นส่วนที่แสดงผลข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Content ของเว็บไซต์ หรือโปรแกรมต่างๆ ที่เราเรียกว่า Component เช่น webboard ,weblinks,guestbook พวกนี้ครับ เค้าเรียกว่า Component
ในระบบจัดการ Component นั้น สามารถติดตั้ง-เอาออก ได้ง่ายครับ(ติดเอาไว้อีกเหมือนกันเรื่องการใช้งานและติดตั้ง Component) ซึ่งส่วนของ Main Body นี้เราสามารถกำหนดให้เป็นส่วนๆได้นะครับ คือ Top ด้านบนสุดของ Main Body ,mainbody คือส่วนตรงกลางของ Main bodyและ Bottom คือส่วนล่างสุดของ Main body ครับ
เราสามารถเพิ่มตำแหน่งได้อีกนะครับ การเพิ่มตำแหน่งให้เทมเพลตดียังไง ? ข้อดีของมัน คือ สามารถกำหนดให้ข้อมูลต่างๆ แสดงผลในตำแหน่งที่แตกต่างและหลากหลาย เพื่อความสวยงามและความสะดวกในการใช้งาน เรามาดูโค้ดกันเลยดีกว่านะครับ
แสดงผลด้านบนสุดของ Main Body <?php mosLoadModules ( ‘top’ ); ?>
แสดงผลดส่วนตรงกลางของ Main body <?php include_once (”mainbody.php”); ?>
แสดงผลส่วนล่างสุดของ Main body <?php mosLoadModules ( ‘bottom’ ); ?>
โดยที่เวอร์ชั่น 4.5.0 นี้ Mambo ได้ทำมาเผื่อเพื่อความสะดวกในการใช้งาน คือโค้ด 3 ตัวด้านล่างนี้ สามารถเอาไปวางตรงไหนของ Template ก็ได้ครับ หลังจากนั้นก็ไปกำหนด Module หรือ Component ให้มันแสดงผลตรงจุดนั้นๆครับ
<?php mosLoadModules ( ‘user1′ ); ?>
<?php mosLoadModules ( ‘user2′ ); ?>
<?php mosLoadModules ( ‘inset’ ); ?>
แต่ในทาง developer เองที่มีความรู้เรื่อง php สามารถเข้าไปเพิ่มตำแหน่งได้เองของโค้ดในโปรแกรมครับ สำหรับเรื่องนี้ค่อยว่ากันอีกที ในขั้น Advance กว่านี้ครับ
Footer เป็นส่วนที่เรากำหนดสิทธิ ลิขสิทธิ์ต่างๆของเว็บไซต์ เช่น Mambo Open Source is Free Software released under the GNU/GPL License. เป็นต้น ซึ่งจริงๆในส่วนนี้โค้ดคือ <?php include_once(”includes/footer.php”); ?> ครับ
แต่ถ้าเป็นเทมเพลตที่คุณทำเอง ผมแนะนำว่าไม่ต้องไปแก้ไขโค้ด php ในไฟล์ Footer.php ให้ยุ่งยากหรอกครับ ให้คุณ fix คำ แล้วทำตายตัวไปเลยก็ได้ครับในส่วนนี้





Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.